Time* River* and Firefly Glow-wormLighteningbug*I

ต๊อกๆๆๆๆๆๆ

20 10 35…. ตัวเลขต่างๆ บรรจงกรอกลงไปบนกระดาษหน้าขาว เสียงปากกาหมึกดำกระทบพื้นโต๊ะดังเป็นจังหวะ ต๊อกๆๆ หญิงสาวกำลังใช้สมาธิจรดปากการ้อยเรียงตัวเลขราวกับว่า กำลังสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะชิ้นโบว์แดง มันฝรั่งทอดบนโต๊ะ และน้ำแข็งที่ละลายเปลี่ยนสถานะกลายเป็นน้ำ บ่งบอกเวลาแทนนาฬิกาคาสิโอบนข้อมือของผู้ที่เพิ่งเดินผ่านได้เป็นอย่างดี รับรู้ทันทีว่า หญิงสาวคนนี้นั่งอยู่ในร้านนี้มานานพอสมควรแล้ว

ติ๊กๆๆๆๆๆๆ

เข็มสั้น เข็มยาว มักจะเดินทางอย่างขี้เกียจเสมอ สำหรับผู้ที่ต้องรอคอยบางสิ่งบางอย่าง เสียงนาฬิกาเดินไปอย่างอ้อยอิ่ง ชัดเจนในความรู้สึก และเชิญชวนให้ผู้รอคอยต้องดูเวลาบ่อยๆ แม้ว่า จะถูกบอกผ่านสื่ออย่างนาฬิกาก๊อปถูกๆจากจีนแดงเรือนนี้ก็ตาม

12.18น.

หลังจากการดูนาฬิกา สลับกับหน้ากระดาษขาว รอบที่หนึ่งร้อยสามสิบเอ็ด (นับโดยความรู้สึกของผู้เฝ้ารอ) สายตาของหญิงสาวจับจ้องที่ประตูร้านอาหาร ที่เปิดปิด สลับไป มา เสียงเด็กๆ ร้องไห้ โยเย ปะปนกับเสียงคนพูดคุยกัน คนแปลกหน้าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เดินขวักไขว่อยู่ในร้าน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของเขาคนนั้น กับการเดินทางที่ทั้งสองได้รอคอยมานานแสนนาน

มันเหี่ยวๆ กับโค้กจืดๆ

หญิงสาวหยิบมันฝรั่งที่เคยทอดกรอบๆ เข้าปากหนึ่งชิ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตา ทำงานของเธอฆ่าเวลาในการรอคอยให้หมดลงเร็วๆ ได้อีกเพียงสักพัก เสียงหนึ่งที่คุ้นหูก็ดังขึ้น

“รอนานแย่เลย นี่เอางานมานั่งทำเลยหรอ”

ชายหนุ่ม รูปร่างสันทัด หน้าตาคมๆคนนั้นทักขึ้น หลังจากเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาว และได้เห็นงานศิลปะของเธอซึ่งกองอยู่เต็มโต๊ะ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบแววตาที่คุ้นเคย พร้อมรอยยิ้ม แล้วเก็บเอกสารที่แตกแถว เข้าประจำที่ของมันซะ แก้วน้ำอัดลมถูกชายหนุ่มคว้าไปดูดเอาสิ่งที่เคยเป็นโค้กซ่าๆ ดับกระหาย คลายเหนื่อยได้ชั่วคราว

“หิวไหม กินอะไรก่อนสิ”

มันๆ เต็มๆ

เข็มนาฬิกา เริ่มทำหน้าที่ของมันในจังหวะที่ถูกต้อง ไม่กี่อึดใจ ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับอาหารจานด่วนตามแบบฉบับ เขาสามารถสั่งรายการอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว สมกับเป็นร้านที่โปรดปราน มันฝรั่งทอดร้อนๆ กับน้ำอัดลมอยู่ในถาดที่เขาถือมายังโต๊ะ หญิงสาวตั้งใจทำเอกสารฉบับสุดท้ายเพื่อเป็นการจบวันทำงานของเธอและพักจากชีวิตวุ่นวายที่ต้องเผชิญมาตลอด 4 เดือน ไปยังการเดินทางที่เขาจะเป็นคนนำและเธอก็ยินดีจะเป็นผู้ตามที่น่ารักเช่นกัน เพียงครู่เดียว แฮมเบอร์เกอร์ ชิ้นสุดท้าย ก็ถึงมือของชายหนุ่ม โดยพนักงานเสริฟ

“เบอร์เกอร์ชิ้นนี้ไม่มีผักนะ บางทีก็อยากกินแบบไม่มีซอสมะเขิอเทศหรือผักมาคั่นอารมณ์เนื้อกับชีส เหมือนกัน
มันๆ เต็มๆ เลย”

ทาง(ด่วน)พิเศษ

หลังจากอิ่มท้องและพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว ก็ถึงเวลาของการเก็บข้าวเก็บของ ออกไปสูดอากาศวันพักผ่อนให้เต็มปอดสักที รถคันเล็กๆ น่ารักกับคนสองคน พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วที่พอเหมาะพอดีกับการเต้นหัวใจของทั้งคู่ ช่วยกันดูป้าย และพูดคุยกันเรื่องแผนการเดินทางอย่างคร่าวๆ หญิงสาวได้เล่าให้ฟังถึงการหาข้อมูลการเดินทางครั้งนี้ แน่ละ ถึงเป็นผู้ตาม แต่ในเหตุฉุกเฉิน ก็คงต้องมีประโยชน์บ้าง รถสีดำแล่นมาตามทางผ่านโค้งต่อโค้ง ป้ายบอกทางสีเขียวทำหน้าที่ของมันอย่างดี จนมาถึงสะพานที่สูงที่สุดในประเทศไทย ทัศนียภาพของกรุงเทพเมืองหลวงและความสับสนวุ่นวายต่างๆ ที่มองจากมุมสูง มักจะชัดเจนเสมอ หญิงสาวมองมันและหลับตา ปล่อยให้หัวใจของเธอ กระโดดโลดเต้นกับการเดินทางครั้งนี้อย่างมีความสุข เธอมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังขับรถ เสียงหัวใจคิดดังจนแทบจะได้ยินกันทั่ว

“ดีใจจัง ได้ไปเที่ยวกับเธอ”

พระรามสอง

ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวเป็นครั้งคราว หลายครั้งที่สบตาแป๋วๆ คู่นั้น ทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ อย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอทำให้เขาเป็นอย่างนี้ได้ทุกครั้ง ถึงแม้วันนี้จะดีหน่อยที่มีแว่นกันแดดสีดำสนิท ที่ช่วยอำพรางความเขินและแววตาได้ แต่เขาก็ยังสามารถมองเห็นแววตาของเธอได้อย่างชัดเจนเช่นเคย อากาศในวันนี้ ช่างเหมาะกับการเดินทาง แม้ว่าจะมีเมฆสีเทาๆ มาทำให้กังวลใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาเท่าใดนัก

“วิ่งตามเส้นพระรามสองไป เลยดอนหอยหลอดไปนิดนึงก็ถึงแล้ว”

ชายหนุ่มบอก หลังจากที่หญิงสาวเล่าให้ฟังถึงความรู้ที่เธอไปค้นคว้ามาเมื่อคืน ตามแผนที่ เป๊ะๆ

“แต่บางครั้ง จำเลขทางหลวงบ้างก็ดีนะ อาจจะทำให้หลงน้อยลงหน่อยก็ได้มั้ง” แล้วแววตาใสซื่อ ก็ทำหน้าที่ของมันอีกเช่นเคย

.
.
.
.
.
.
.
.
.

(โปรดติดตามตอนต่อไป)