” บางที ความรัก มันก็เข้าใจยากอย่างนี้นั่นแหละ”
ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ
หูได้ยินการสั่นสะเทือนของวัตถุ สมองสั่งการให้ดวงตาลืมขึ้นมองหาแสงไฟในความมืด มือเอื้อมไปหยิบมาดู ก่อนที่จะignore วางมันลงที่เดิมด้วยสัญชาตญาณแห่งความง่วง
“Pasutha”
หา!! พี่ธา!!!
ตาไม่ได้ฝาดพี่ธา โทรมาจริงๆ ก่อนที่จะรวบรวมสติกลับมาครบ ก็เปิดฝาพับรับโทรศัพท์ ฮัลโหลไปซะแล้ว
“วินนี่ ฮัลโหล นอนหรือยังคะ พี่เองนะ”
“พี่อยากจะขอโทษเรื่องเมื่อคืนก่อน รู้สึกแย่มากๆ ที่ต้องให้วินนี่มาดูแลพี่ พี่ไม่อยากให้วินนี่เสียใจ คือ ตอนนี้พี่สับสนมากๆเลยอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธา เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าคิดมากเลยค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ”
“พี่…ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว …เห็นอะไรเป็นน้องคนนั้นไปหมด พี่คิดถึงเขา แม้มันจะเป็นเวลาแค่แป๊บเดียวที่อยู่ด้วยกัน มันก็มีแค่ความทรงจำของเขาเต็มไปหมดเลย แต่พรุ่งนี้พี่ต้องไปเจอแฟนพี่ที่พัทยาแล้ว ทำไงดีอะวินนี่ พี่ลืมน้องวาไม่ได้จริงๆ ตอนนี้แย่สุดๆเลยอะ”
“……เอาน่า ใจเย็นๆนะคะ พี่ธา…..”
“วินนี่รู้ไม๊ ตอนนี้พี่สับสนมากๆ ระหว่างคนที่พี่อยู่มา7ปี กับคนที่พี่คิดถึงตลอดเวลา ไม่รู้ว่าพี่ควรจะเลือกยังไง”
“..อืม ปัญหาโลกแตกเลยนะเนี่ย”
บทสนทนาถัดไปอีกร่วม10นาที ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่า ความทรงจำของพี่ธาเกี่ยวกับต้นเหตุที่ทำให้สับสนทั้งสองคน ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นฉากต่อฉากผ่านหูขึ้นสู่สมองอันว่างเปล่า ปากก็่เออออไป แต่ใจ..เหมือนถูกน้ำท่วม
“พี่รู้ว่า วินนี่ชอบพี่ใช่ไม๊”
“………………………………………………………เอ้ออออออ ไม่รู้จะว่ายังไง วินนี่ไม่อยากให้พี่ธาลำบากใจ ตอนนี้พี่ธาคงสับสนพออยู่แล้ว อย่าเอาวินนี่ไปเป็นปัญหาให้ปวดหัวอีกเรื่องเลยค่ะ”
“วินนี่น่ารักนะ น่ารักมากๆ ควรจะเจอคนที่ดีกว่าพี่ พี่ไม่ควรให้วินนี่มาดูแลพี่วันนั้น …คืนที่พี่เมา มันต้องไม่เป็นอย่างนี้สิ พี่อยากให้วินนี่รู้สึกดีๆกับพี่ตลอดไป ไม่อยากให้พี่เป็นคนอย่างนั้นในสายตาของวินนี่นะ”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ พี่ธา อะไรที่ทำไปวินนี่ไม่เคยเสียใจทีหลังนะคะ วินนี่ทำเพราะอยากจะทำ ถ้าใจอยากจะทำแล้ว ต่อให้ยืนอยู่บนเส้นไหมบางๆคั่นระหว่างถูกกับผิดวินนี่ก็จะทำ และคืนนั้นวินนี่ไม่คิดอะไรมากกว่า ได้ดูแลพี่ธา แค่ได้ดูแล ก็เท่านั้นเอง”
คำขอโทษแต่ละคำเหมือนจะทำให้หัวใจท่วมไปด้วยความรู้สึกที่ย่ำแย่ จะดี หรือจะร้าย ก็บอกไม่ถูก คนอย่างนั้น ที่พูดถึงถ้าจะหมายถึง คนเจ้าชู้ ละก็ ทำไมเวลานี้ สมองถึงแปลไม่ออกก็ไม่รู้สิ หรือจะเป็นเพราะฟันคุดที่กำลังจะขึ้นทำเอาสมองignore คำนี้ และคำว่า”กิ๊ก” ออกไปนะ
หากจะมองในแง่ดี ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่เขาคนนั้นจะเห็นเราเป็นคนแรกที่อยากให้รับฟังและอยู่ด้วยเวลาไม่สบายใจ แต่จะมองอีกแง่นึงก็สงสัย….เราเป็นอะไรกันแน่นะ
อีก30กว่านาทีให้หลัง การสนทนาจบลงด้วยการได้ระบายความคับข้องใจ ความสับสนในชีวิตของคนหนึ่งคน กับใจที่จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลของความสับสนกว่าของผู้รับฟัง “ในเมื่อเขารู้ความรู้สึกเราอย่างนั้น ทำไมต้องทำอย่างนี้” เหมือนเป็นคำพูดของคนที่โกรธใช่ไหม เปล่าเลย ไม่ใช่หรอก เพราะใจอีก 80 เปอร์เซ็นต์ อยากให้เขาโทรมาคุยอย่างนี้ละดีแล้ว
“บางที ความรัก มันก็เข้าใจยากอย่างนี้ละ”
โอ้ยย ปวดฟัน(รัก)คุด