อ่านว่า ฮัน ยอง อา
ชื่อเกาหลีของอิฉัน ตั้งตามวันเกิด
ขำๆ
หลังจากที่ตราตรำทำงานเหนื่อยล้ายากลำบากมา ก็พักซะบ้าง
เมื่อคืนเลยไปพักผ่อนหย่อนสมองที่ Brown Sugar กับพี่กัมมี่และเพื่อนๆ
เสียดายที่พี่กัมมี่กลับก่อน ไม่งั้นคงได้เห็น้องลมเมาแน่ๆ ^^” (ฮาาา)
Brown Sugar Jazz Band วงพี่ริโต้ เล่นดีเหมือนเคย แม้ว่าวันนี้จะมีสดๆหลุดๆบ้างตามสไตล์
แต่ก็ยังเท่ห์เหมือนเดิม กับวงศิลปากรวงนี้
ไฮไลท์ อยู่ที่สาวสะดุ้งแบนด์ ที่เพิ่งไปเล่นงานแต่งมา รับรองได้เลยว่าเมากันมาแน่ๆ แล้วก็เล่นดีเหมือนเดิม พี่บีม กับ พี่ปัด ขึ้นแจม เป็น Diva night จริงๆ
พี่ฝนงอนกับพี่ตุ๋ย เพราะเหตุที่ว่าพี่ฝนจะไปทำงานอังกฤษ อันที่จริงก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเลิกกัน ก็แค่ห่างกัน สักนิด พอให้คิดถึงกันบ้าง ระยะทางไม่เห็นจะเป็นตัวแปรอะไรได้ การที่เราได้เจอคนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ บ้าง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร คนเราทุกคนต้องโต ต้องให้ชีวิตของเราหมุนไปเรื่อยๆ ก็คงไม่ได้เป็นผลดีหากต้องรั้งใครไว้ไม่ใช่เหรอ
ลมคิดว่าคนเราสองคนอยู่ด้วยกันได้มันต้องมีระยะห่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เป็นเพื่อนเป็นแฟน เป็นคนรู้จักต้องมีระยะห่าง คนทุกคนย่อมมีพื้นที่ของตัวเองบนโลกใบนี้ การได้รู้จักกันมันก็คือการเรียนรู้พื้นที่กันและกัน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หากเราได้เรียนรู้กันและกัน แล้วรู้สึกดีๆ ต่อกัน มันก็เป็นความสัมพันธ์ที่ล้ำค่า ลองคิดดูง่ายๆ ว่าบนโลกนี้มีคนเป็นล้านคน การที่เราได้มารู้จัก และรู้สึกดี แม้เป็นแค่เพียงเสี้ยววินาที ก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้ว (เคยเขียนไปแล้วนี่หว่า!?!?)
ปล่อยใจให้พักซะบ้าง ปล่อยวางให้สงบซะบ้าง โลกใบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น รักกัน เลิกกัน ความสุข ความทุกข์ มันเกิดทุกวัน มันคงเป็นเรื่องดีกว่า หากถ้าเราได้ทำใจให้เข้มแข็ง ยอมรับในความคิดของทุกๆคน อย่าไปคิดว่ามันเป็นเรื่องทำร้ายจิตใจ เขามีเหตุผลของเขา เรามีเหตุผลของเรา ทุกอย่าง มันจะได้เดินต่อไปได้ แต่เหตุผลก็ส่วนเหตุผล ความรู้สึกก็ส่วนความรู้สึก
ถามใจตัวเองง่ายๆ “เรารักเขาหรือเปล่า” เท่านั้นเอง
มันก็เหมือน มาการิต้า ที่กินเข้าไปเมื่อคืนนั้นแหละ
ผ่านพ้นไปแล้ว กับ สามสี่วันอันตราย เหนื่อยจะตายแต่คุ้ม
ที่บาร์ยันทรีคนเยอะมาก เปิดแล้วก็พอมีคนเต้น แอบดีใจอยู่เล็กๆ เพราะขึ้นบูธไปโดยที่ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย เปิดเพลงอาศัยความเคยชินอย่างเดียว
รอดมาได้ก็บุญแล้ว
ที่วีไนน์ กะจะใส่เต็มๆแล้ว แต่แขกส่วนใหญ่มัวแต่อายไม่ค่อยเต้น อัดขึ้นมาได้แล้ว ดันฆ่าตัวตายซะเอง
จำไว้ Beautiful Girl เป็นเพลงอาถรรณ์สำหรับเรา ด้องเปิดเป็นเพลงสุดท้ายเท่านั้น !!!!
เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี สนุกและคุ้มค่า ขอบคุณมากๆ สำหรับคนที่ชอบเพลงที่ลมเปิด และคนที่เต้น น่ารักจริงๆ ^^
อาทิตย์หน้าสอบแล้ว ตอนนี้ตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ จะพยายามเต็มที่ แม้จะทิ้งไฟแนนซ์ ปล่อย F ก็ F แล้ว แต่ก็ยังไม่อยากจะเรียนซ้ำอีก ให้แค่D ก็ยอมแล้วอะ T T
เดือนหน้า ชีพจรลงเท้าเดินสายกันไม่หวั่นไม่ไหว ที่แน่ๆแล้วก็คือ ชะอำ และหัวหิน (คนละทริป) แต่ก็งานเข้า จากเปิดอยู่สองที่ เพิ่มเป็นสี่ที่ มีบลูโอ วีไนน์ บาร์ยันทรี และ เออบาร์
เฮ้ออ สู้เขาเน้อออ

เอ้ย You don’t know me enough.
คุณยังไม่รู้จักฉันดีพอ หรือ คุณรู้จักฉันน้อยเกินไป
ก็น้อยเกินไปจริงๆ ถึงได้ผลุบๆโผล่ๆ กันอย่างนี้ – -’
หลายๆคนจะรู้ไม๊ ไอ้อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวหาย เดี๋ยวเป็นห่วงนี่ มันไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีกับความสัมพันธ์ เอาซะเลย
มันก็เท่ากับหมายความว่า คุณไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าเพื่อบอกความจริงว่าคุณจะเลือกหรือไม่เลือก คุณชอบหรือไม่ชอบฉันกันแน่ ตกลงนี่คุณอยากจะเป็นอะไรกับฉัน
โดยส่วนตัวแล้วเกลียดมาก กับคำว่า “แทงกั๊ก”
โฮ้ยยยยย ไม่กล้าแล้วยังเห็นแก่ตัวอีกเนอะ !!!
ขอโทษด้วยถ้าอ่านแล้วมันเหมือนโดนแทงข้างหลังทะลุลิ้นปี่ นะคะ คุณผู้ชายทั้งหลายขา จะบอกเอาไว้เลยว่า มันเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก – -’
ไม่ต้องเอาเหตุผลร้อยล้านแปดแสนมาอ้าง เธอคิดไปเองบ้างละ ขอดูกันไปก่อนบ้างละ
อยากเป็นอะไรก็บอกสิคะ ท่าน เป็นเพื่อนนะ เป็นแฟนนะ เป็นคนรู้จัก เป็นคนสนิท เป็นกิ๊กนะ เธอน่ะ
อย่าเลยค่ะ อย่าไปให้ความหวังใคร จริงใจกันหน่อย คิดยังไงก็พูดออกมา ชอบมาว่าผู้หญิงกันอยู่เรื่อย ว่า มีอะไรชอบเงียบ ทำไมไม่พูดกัน เอาแต่ใจ
ต่อไปนี้ช่วยกรุณาตักน้ำใส่กะโหลกตัวเองด้วยนะคะ ว่าในหมู่พวกคุณน่ะ มีคนประเภทนี้อยู่ และเยอะด้วย จะอะไรกันนักหนาคะ แค่พูดให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิดเนี่ย ยากนักเรอะ อยากเป็นผู้นำอยากเป็นคนเก่งกันนิ!!
ถึงแม้ว่า บล๊อควันนี้อาจจะทำให้ฉันต้องขึ้นคานทั้งชีวิต แต่ฉันก็จะเขียน เขียนให้คุณๆอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งด้วย
คุณรู้จักผู้หญิงอย่างฉันน้อยเกินไป
ปล. เชื่อเถอะค่ะ ว่ามีคนเอาชนะใจฉันได้กับไอ้แค่คำว่า คุณน่ารัก ผมขอเบอร์ได้ไม๊ เพียงแต่คำพูดนี้มันออกมาจากใจและแววตามุ่งมั่นที่อยากจะรู้จักฉันจริงๆ เท่านั้นเอง
ช่วงนี้งานเข้า
งานเข้าจริงๆ ไม่ได้เป็นแสลงแต่อย่างใด
เมื่อวานรับโทรศัพท์ สามสี่สาย งานล้วนๆ เริ่มจากวันพรุ่งนี้
เช้าเรียน บ่ายไปถ่ายรูปให้คุณปกรณ์ ลัม เย็นไปเปิดเพลงให้งานแฟชั่นโชว์ที่ Enigma
วันพฤหัส เคลียร์งานส่งที่มหาลัย
วันศุกร์ บ่ายPresent เย็นงานGrand opening Baryuntree Mixx
ดึกที่ Bling Bling Party @ V9 – -’
ฟัง(อ่าน) ก็เหนื่อยแล้ว
เปิดเพลงกระจายยยยย เลยต้องไปหาแรงบันดาลใจ
ช่วงนี้มีความรู้สึกนิ่งอยู่กับที่ สามสี่งานนี่ พลาดไม่ได้สักงาน งานใหญ่แจ้งเกิดหมด
หลุดวันศุกร์นี้ไป ต้องไปหาอะไรพักสมองแล้ว
ให้คนอื่นเล่นให้ฟังบ้าง
เจอกันที่ Brown Sugar หลังสวนละกันนะ
เอาวะ สู้ๆ
ลองเล่น Google Earth แล้วทำไมมีความรู้สึกว่าตัวเรา เล้กก เล็ก
เราเป็นคนตัวเท่าพารามีเซี่ยม เมื่อเทียบกับโลกใบใหญ่
แต่โลกที่ว่าใหญ่แล้วก็ยังมีจักรวาลภายนอกที่ใหญ่กว่า
สิ่งเดียวที่มนุษย์มีแล้วยิ่งใหญ่ก็คือ ความรู้สึก
เชื่อไหม ว่าไอ้ความรู้สึกนี่ สามารถเปลี่ยนสีโลกทั้งใบได้
ถ้ามีความสุข โลกก็สดใส ถ้าทุกข์ใจก็หม่นหมอง
เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองโลกในแง่ดีได้เสมอ มองอะไรก็สามารถดูดีได้
วันนี้เพิ่งจะเข้าใจว่า ทำไมคนบางคนถึงชอบซื้อของ บางคนชอบไปเที่ยว เรียกว่า ใช้เงินแล้วสบายใจ
ก็เพราะว่า การที่เราใช้เงินออกไป มันทำให้เราได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ได้สิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
เพียงแค่เปิดใจรับ ด้วยความเต็มใจ โลกใบนี้ก็ไม่มีคำว่าเหงา
มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่คนตัวเท่าพารามีเซี่ยม สองคน ได้มารู้จักกัน ไม่ว่าเป็นเพื่อน เป็นคนรัก เป็นคนรู้จัก หรือเป็นครอบครัว
คนบนโลกมีกี่ล้านล้านคน สิ่งมีชีวิตบนจักรวาลมีกี่ล้านล้านล้านล้านล้านสายพันธุ์
แล้วทำไม ต้องเป็นเรา
เทคโนโลยีย่อโลกให้เล็กลง คนเราได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ก็นับได้ว่าการที่เราได้รู้จักกันในวันนี้ มันเป็นสิ่งล้ำค่าที่ดีที่สุด
แม้แค่ในช่วงเสี้ยววินาทีนึงก็ยังดี
ตอนนี้ลงเรื่องสั้นอาจจะยาว เรื่อง WE แล้วสองตอน ยังไงคนที่จะอ่านก็รบกวนเรียงเอาเองนะคะ ^^”
คือ ทำไม่เป็นอะ ^^” ต้องอ่านเป็นตอนๆ จากข้างล่างขึ้นข้างบนอะคะ
เพิ่งจะเคยหัดเขียนเป็นเรื่องเป็นราวนี่แหละ และคิดว่ามันคงจะเป็นรูปเป็นร่างเร็วๆนี้ด้วยนะคะ ^^
ติดตามกันต่อไปค่า
http://wethestoriesofus.wordpress.com
คลิ้กใน blogroll ได้เลยค่ะ
โลกมันช่างกว้างใหญ่ เสียจริงนะ!!!
สองสามวันที่ผ่านมา ได้ลองไปสอบ first test ของ บริษัท Work & Travel มา2 ที่ ต้นเหตุคือคุณเพื่อนที่รักอยากจะไป ก็เลยไปลองดู
บริษัทนึงรับผิดชอบฝั่ง west อีกอัน ก็ฝั่ง east ของอเมริการู้สึกว่าจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป
พอได้ไปลองดูก็ผ่านได้อย่างไม่ยากนัก ฝึกภาษาอีกนิดหน่อยก็ทำงาน service ได้เลย เรียกว่า บริษัทจะไม่จับให้ลงตำแหน่งแบะๆรับประทาน เพราะเสียดาย – -’
ไม่ได้advance หรอกนะ เพียงแค่กล้าที่จะพูดเท่านั้นเอง
เล่าให้ฟังสักนิดนึง สำหรับคนที่ไม่เคยรู้ เรื่องเกี่ยวกับการไปWAT ผู้ใหญ่หลายคนชอบมองว่า เป็นการส่งเด็กไทยไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ซึ่งมันก็จริง แต่ก็คิดว่าไม่ต่างกัน เพราะถ้าอยู่เมืองไทย ก็เป็นขี้ข้าคนไทยด้วยกันอยู่แล้ว – -’ งานที่นู่น ก็จะมีตั้งแต่ Housekeeper, เด็กล้างจาน พนักงานแมค เด็กเสิร์ฟ ไปจนถึงคนดูแลในสวนสนุก และคาสิโน รายได้ของ frist Job เริ่มตั้งแต่ ชั่วโมงจะ 3-4 เหรียญไปจนถึง 8-9 เหรียญ แล้วแต่งาน (งานเสิร์ฟได้ค่าแรงน้อย แต่ได้ส่วนแบ่งทิป ก็วันละประมาณ 20-80เหรียญ – -’ ก็แล้วแต่เกรดของร้านที่ไปทำอีกนั่นแหละ) การกินอยู่และเที่ยวที่นู่นเราต้องออกเอง ดูแลตัวเอง นายจ้างจะดูแลแค่เรื่องเกี่ยวกับการทำประกันสังคมและสวัสดิการบางส่วนเท่านั้น สามารถทำ second Jobได้ถ้ามีเวลาว่าง และถ้าสามารถหาได้เอง – -’
ดูเนื้องานแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่การไปเที่ยวหนุกหนาน งานที่ทำมันต้องเหนื่อยแน่นอน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีแต่พวกคุณหนูไฮโซขอตังค์แม่ไป แล้วกลับมาบ่นอุบว่า เหนื่อย แย่ เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะไป อย่าเลือกงาน อย่าติดเพื่อน มิฉะนั้น จะไม่ได้ทั้ง ภาษา เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ดีๆกลับมาเลย
สำหรับเรา สาบานต่อหน้าฟองนมวนิลา อยากไปมากกกกกกกกก และจะไปให้ได้!!
จะได้งานอะไรนั้น ไม่สน อยู่ที่ไหน ไม่สำคัญ แต่วันนี้ เราจ้องมองแผนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่ตรงหน้า แล้วคิดว่า “ทำไมมันใหญ่จังวะ”
ถ้าได้เดินออกจากร้านกาแฟเล็กๆนี้ ออกไปเจองานใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆบ้างมันคงดีไม่น้อย คิดแล้วหัวใจมันก็พองโต อยากที่จะรับเอาประสบการณ์นั้นมาไว้ในส่วนความจำของสมองมันซะให้ได้
โลกข้างนอกมันกว้างนัก คนตัวเล็กๆอย่างเราถึงได้รู้สึกเคว้งคว้างในบางโอกาส
ตอนนี้คิดถึงคนๆนึงที่อยู่ไกลอีกซีกโลกคงกำลังจะกลับถึงบ้านและได้เวลาพักผ่อน
พี่โน้ตค่ะ คิดถึงพี่จัง ^^
เคยเข้าไปในร้านStarbuck แล้วสั่ง Vanilla Steam Milk กันบ้างไม๊
น้อยคนนักที่จะรู้ว่า มีเครื่องดื่มชนิดนี้ ส่งกลิ่นหอมแทรกอยู่กับกลิ่นกาแฟและช๊อคโกแลต
วนิลาสตีมมิลค์ หอมเงียบๆ อยู่ในนั้นนานแล้ว
รอวันที่จะมีคนเรียกหา ในเมื่อยามที่เขาไม่อยากหนักๆกับกาแฟหรือช๊อคโกแลต และไม่อยากเบากับน้ำผลไม้จนเกินไป
บางครั้งการอยู่นิ่งๆ เท่ๆ ในนั้น
มันก็ทำให้มีเสน่ห์ยามที่ได้เจอกันมากกว่าการออกมาโชว์ตัวหน้าร้าน
ถึงแม้ว่า จะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง หลงลืม หรือจะนึกเป็นสิ่งสุดท้ายก็ตาม
ปล. วนิลา สตีม มิลค์ เป็นเครื่องดื่มที่คนๆนึงสั่งเป็นอย่างเดียว เวลาเข้าสตาร์บัค เขาคนนั้นเป็นความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา แม้เราสองคนจะจบไปกันแบบไม่สวยนัก แต่อะไรที่มันทำให้เศร้าเสียใจก็คงต้องลืมๆมันไปบ้าง อยากเพียงแค่เก็บสิ่งดีๆ ความทรงจำที่น่ารักๆ เอาไว้ในใจ ความสุข มันก็จะได้คุกรุ่นส่งกลิ่นหอมอยู่ในใจ เหมือนกับ vanillasteammilk หอมหวานน่าจดจำตลอดไป
ปล.ที่สอง สีผิวเจ้าของร้านก็เหมือนวนิลาสตีมมิลค์นั่นแหละ!!!!
เขียนแล้ว เขียนอีก เขียนมันเข้าไป
ตอนนี้ทำบล๊อกอยู่หลายต่อหลายที่มาก
เขียนมันทุกที่ ตอบสนองความต้องการของตัวเอง
แล้วก็เพิ่งจะมาค้นพบว่า blog ของ wordpress ง่าย และสวย
ทั้งๆ ที่ มีเพื่อนเขียนที่นี่ หลายคน
เลยลองดู เขียนอีกซักบล๊อก ไม่เห็นจะยากอะไร
ยังไงก็มีคนหลวมตัวเข้ามาอ่านแล้ว
เผื่อชีวิตธรรมดา มันจะได้มีอะไรขึ้น